Archive for the 'Steve Jobs' Category

podduang

He’s my Role Model

Since I got my hands on the Apple II compatible, called Cherry from Taiwan, long long time ago.

Steve Jobs

เป็นนักเขียนด้านเทคโนโลยีของนิตยสาร Forbes ครับ ชื่อว่า Daniel Lyons หน้าตาเป็นอย่างนี้

Daneil Lyons

คนที่ตามหาตัวจนเจอแล้วเปิดเผยออกมาได้เป็นนักข่าวของ The New York Times ที่ชื่อ Brad Stone การถูกเปิดเผยตัวออกมาอย่างนี้ทำให้ความสนุกในการ “เดา” ว่าใครคือ Fake Steve Jobs จบลง (ซึ่งบางคนก็โมโหพอสมควร) แต่จะยังไงก็ตาม blog ของ Fake Steve Jobs ก็ยังมีอยู่และก็อ่านสนุกเหมือนเดิมนะครับ

ป.ล. สำหรับคนที่ไม่เคยอ่าน Fake Steve Jobs นะครับ บล็อกนี้เป็นบล็อกที่คนเขียนมาปลอมตัวว่าเป็น Steve Jobs ซีอีโอของแอปเปิ้ล ซึ่งเขียนได้มันส์มาก เหมือน Jobs มาเขียนเองมากๆ โดยส่วนตัวผมยกให้บล็อกนี้เป็นบล็อกที่ดีที่สุดเท่าที่เคยอ่านมา (ดีกว่า podduang.com นี่อีก - อันนี้ไม่ต้องบอกคนเขาก็รู้อยู่แล้ว)

พี่เขาเก๋าจริงๆ ทำอะไรก็ฮือฮา พอขึ้นเว็บปุ๊บก็ฮิตติดอันดับพร้อมกับกลายเป็นที่กล่าวขวัญถึงของเหล่า blogger กันเลยทีเดียว ขึ้นต้นมาทำท่าว่าจะพูดถึงเรื่อง DRM แต่พออ่านไปอ่านมา เฮ้ย นี่มันหลอกด่าค่ายเทปนี่หว่า ชี้นิ้ว (กลาง) ไปหาเต็มๆเลย

ไปอ่านที่นี่นะครับ

ตั้งแต่มีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับบล็อกมา ไล่มาตั้งแต่ไม่รู้เรื่องรู้ราว จนมาเป็นคนอ่านแล้วก็มาเขียนเป็นเรื่องเป็นราวถึงทุกวันนี้ the secret diary of steve jobs เป็นบล็อกที่ดีที่สุดในความคิดผม คนอื่นอาจจะไม่อินเท่าไหร่ แต่ถ้าคุณรู้จักนิสัย Jobs คุณจะอ่านบล็อกนี้อย่างเมามันและฮามากฮาโคตรๆ เป็นบล็อกที่ผมติดตามอ่านชนิดที่เรียกว่าพลาดไม่ได้ (ถ้าคุณเคยอ่าน “ซ้อเจ็ด” ใน manager.co.th คุณจะเข้าใจ)

fake steve

แต่น่าเศร้าตรงที่โพสต์วันที่ 30 มกราคม (วันเปิดขาย Windows Vista อย่างเป็นทางการ) กลายเป็นโพสต์สุดท้ายของบล็อกนี้แล้ว เข้าใจว่าคงด้วยเรื่องกฎหมายทำให้คนเขียนต้องหยุดการเขียนบล็อกนี้ไป แต่ถ้าเข้าไปอ่านในคอมเม้นต์จะเห็นว่าคนอ่านทุกคนต่างสนับสนุนให้กลับมาใหม่ (อาจจะในชื่ออื่นหรือรูปแบบอื่น)

ถ้าคุณสนใจ apple หรือใช้ mac หรือฟัง ipod หรือรู้จัก steve jobs ขอแนะนำให้ลองอ่านบล็อกนี้ดู คุณจะไม่ผิดหวัง

โดนแล้ว blog tag ยิงมาจากกอล์ฟ ดีนะที่อ่านเรื่องนี้มาก่อนแล้ว (เหมือนรู้ตัวล่วงหน้า) เลยไม่งงว่า อะไรวะ blog tag ตอนที่รู้เรื่องนี้ ชอบมาก ยังนึกอยู่เลยว่าไอ้คนคิดนี่มันเก่งว่ะ เริ่มต้นเรื่องอะไรแบบนี้ได้ สงสัยทีแรกที่เริ่มเล่นมันก็คงไม่นึกหรอกว่าจะฮิตเป็น phenomenon อย่างนี้ ยังไม่ได้เข้าไปอ่านที่มาของไอเดีย แต่คิดเอาเองว่า มันคงคล้ายกับ 6 degrees of separation มั๊ง ที่สุดท้ายแล้วทุกคนบนโลกนี้ห่างกันแค่ 6 ลิงก์เท่านั้น

ถึงจะชอบ แต่พอโดนเข้าจริงๆก็นึกไม่ออกว่าจะเล่าเรื่องอะไรดีวะ 5 ข้อ ทีแรกกะลักไก่ เล่าเรื่องไอ้ด้วง เพราะคงไม่ค่อยมีใครรู้เรื่องมันมากนัก แต่กอล์ฟเล่นระบุชื่อเราเอาไว้ด้วย (ไม่รู้ตั้งใจหรือบังเอิญ) เอา เอา ลองดูละกัน

1.ผมย้ายที่อยู่มาทั้งหมด 13 ครั้ง เริ่มตั้งแต่บ้านเกิดที่ตากใบ นราธิวาส (ใช่แล้ว ตากใบที่กำลังยิงกันระเบิดกันตอนนี้นี่แหละ) มากรุงเทพฯ ย้ายไปบางพลี สมุทรปราการ ต่อมาพระประแดง สมุทรปราการ (2 ที่) ยิงยาวขึ้นเชียงใหม่ (3 ที่) เรียนจบมาทำงานที่กรุงเทพฯย้ายไปมาอีก 4 ที่ ก่อนจะออกมาอยู่บ้านของตัวเองทุกวันนี้ นั่นแหละ 13 หน

2.ผมเชื่อเรื่องบุญเก่ากรรมเก่า รวมไปถึงคำกล่าวที่ว่า แข่งเรือแข่งพายพอแข่งได้ แต่แข่งบุญแข่งวาสนา แข่งกันไม่ได้ ที่เชื่อเพราะได้ประสบพบเห็นชีวิตของใครบางคน (ซึ่งบอกไม่ได้เพราะเป็นบุคคลที่ 3) ทำให้เชื่อในเรื่องนี้อย่างสนิทใจ

3.ความภาคภูมิใจสูงสุดในการเรียนของผมคือ ผมสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้โดยไม่ได้อ่าน math สักตัว เพราะรู้ตัวดีว่า โง่ math มาก อ่านไปก็เท่านั้น เสียเวลาเปล่า ตอนสอบก็คิดวิธีกาข้อสอบขึ้นเอง เป็นวิธีเฉพาะตัวที่ทดสอบแล้วว่า ยังไงก็ต้องได้คะแนนอยู่ในระหว่าง 20-30 คะแนน วิธีของผมคือ กาคำตอบซ้ำๆกันเป็นชุด เช่น ข้อ 1 ถึง 5 ตอบ ก เหมือนกัน ข้อ 6 ถึง 10 ตอบ ข ข้อ 11 ถึง 15 ตอบ ค ไล่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ (ใครไม่เชื่ออย่าลบหลู่เพราะเทสต์มาแล้ว ได้แน่ๆ 20 คะแนนขั้นต่ำ แนะนำมาหลายคนแล้ว) ในขณะที่ถือเป็นความสำเร็จของผม แต่ก็นับว่าเป็นความล้มเหลวของระบบการศึกษาไทยด้วยเช่นกัน ฮ่า ฮ่า ฮ่า (อ่านแล้วคงสงสัย เรื่องอย่างนี้ทำไมถึงเสือ_ภูมิใจ ก็กูภูมิใจของกูอ่ะ)

4.หมาที่นับว่าเป็นของผมเองตัวแรกชื่อว่า ทองแถม (เรียกสั้นๆว่า ไอ้แถม) เป็นหมาไทยพันธุ์ผสม เลี้ยงอยู่ได้ไม่กี่ปี มีเหตุให้ต้องย้ายไปอยู่หอ ทำให้ต้องส่งขึ้นไปเป็นหนุ่มเหนืออยู่เชียงใหม่ กลายเป็นเจ้าถิ่นอาละวาดอยู่แถวละแวกบ้าน ตอนนี้ตายไปแล้ว

5.สุดยอดฮีโร่ในดวงใจของผมคือ Steve Jobs ใครจะว่ากระแดะอะไรก็แล้วแต่ ผมชอบ Jobs มาตั้งแต่ที่เริ่มใช้คอมพ์ครั้งแรกตอนเรียน ม.3 ตอนนั้นเป็นเครื่อง apple II compatible ยี่ห้อ เชอรี่ จากไต้หวัน แล้วพอได้มีโอกาสอ่านประวัติ รู้ถึงนิสัยความคุ้มดีคุ้มร้าย good steve, bad steve ก็ยิ่งชอบ ใครที่ยังไม่เคยอ่าน speech ที่ Stanford เมื่อปีที่แล้ว คุณพลาดของสำคัญไปนะ ขอแนะนำให้ไปหาอ่านดู

update : เนื่องจากโดนขอแกมบังคับ (จริงๆคือ “สั่ง”) มาจากแม่ไอ้ด้วงว่าเอ็ง blog tag ประสาอะไรของเอ็ง ทำไมไม่มีเรื่องไอ้ด้วงเลย ก็เลยต้องมาเพิ่มเติมกันอีกทีเอาเป็นข้อ 6 ละกัน

6.ถึงจะไม่ใช่หมาตัวแรกแต่ไอ้ (เปรต) ด้วงก็เป็นหมาที่ผมรักมันมากที่สุด เป็นหมาที่ well known ที่สุดในกลุ่มคนที่ทำงานร่วมกับผม เพราะตั้งแต่ที่เลี้ยงมันมาเปลี่ยนที่ทำงานมา 3 ที่ ทุกที่เพื่อนร่วมงานต้องรู้จักไอ้ด้วงกันหมด ได้รับรู้พฤติกรรมทั้งความน่ารักและน่าถีบของมันกันอย่างถ้วนทั่ว (แต่จะบอกให้ว่าไอ้ที่รู้กันน่ะนะ มันยังไม่ถึง 1 ใน 10 ใน 100 ของตัวจริงมันเลย)

(ทำตามคำขอแกมบังคับแล้วนะจ๊ะแม่ไอ้ด้วงที่รักยิ่ง)

ครบล่ะ ส่งต่อให้ใครดี  บ๊วย, เดียร์, ใจ และ jony เหลืออยู่แค่นี้เองว่ะ โชคดีนะทุกคน

นี่เป็นโพสต์ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งปีนี้เลยว่ะ ใครที่ชอบ Steve Jobs ใครที่รอ iPhone ของ Apple ลองอ่านดู ยาวหน่อย แต่คุ้ม เพราะมันฮาโคตร สุดยอดจริงๆว่ะ

The Secret Diary of Steve Jobs: Regarding our iPhone

powered by performancing firefox