Nov 6th, 2008
Michael Crichton ตายแล้ว
Michael Crichton คนเขียน Jurassic Park, The Lost World และอื่นๆ อีกมากมาย รวมทั้งเป็นคนต้นคิดซีรี่ย์สดัง ER ด้วย ตายเสียแล้วด้วยโรคมะเร็ง รวมอายุ ๖๖ ปี

[ภาพโดย Jim Cooper/Associated Press]
Michael Crichton คนเขียน Jurassic Park, The Lost World และอื่นๆ อีกมากมาย รวมทั้งเป็นคนต้นคิดซีรี่ย์สดัง ER ด้วย ตายเสียแล้วด้วยโรคมะเร็ง รวมอายุ ๖๖ ปี

[ภาพโดย Jim Cooper/Associated Press]
เปล่านะครับ ผมไม่ได้ไปล้อมวงนั่งคุยกับพี่ชาติมา (ถึงจะอยากก็เถอะ) แต่ล้อมวงคุยที่ว่านี่เป็นหนังสือเล่มใหม่ของพี่เขา เป็นการรวมบทความที่เขียนลงในนิตยสารสีสันของน้าทิวา (ตามคำเรียกของพี่ชาติ) มาให้อ่านให้หายคิดถึงในระหว่างที่พี่เขายังไม่มีงานเขียนเล่มใหม่ออกมา หน้าปกดึงดูดใจ (คนรักหมาอย่างผม) มาก
ตอนที่ซื้อกลับมาบ้าน หยิบเอาหน้าปกมาให้พี่ด้วงดู พี่เขามองๆแล้วก็เอาจมูกมาดุนๆ ไม่รู้ว่าถูกใจหรือว่ายังไงแน่ พี่เขาไม่ได้บอกเสียด้วยสิ
ปล.พี่ชาติเขียนไว้ว่าปีนี้ (๒๕๕๑) จะเขียนหนังสือเล่มใหม่ ก็คงจะมีผลงานมาให้แฟนๆอ่านกันได้เร็วๆนี้ครับ
ในเมื่อสัปดาห์แห่งการเขียนจดหมายยังมีได้ สัปดาห์แห่งการออมก็มี ทำไมจะมีสัปดาห์แห่งพี่วินทร์มั่งไม่ได้?
จริงๆต้องเรียกว่า สัปดาห์แห่งพุ่มรัก พานสิงห์ เพราะตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาในช่วงเวลาว่างผมอ่านแต่พุ่มรัก พานสิงห์คนเดียวเลย
ว่าแต่ ใครคือพุ่มรัก พานสิงห์?
ถ้าอังกฤษมีเชอร์ล็อค โฮล์ม
ฝรั่งเศสมีอาร์แซน ลูแปง
อเมริกามี …เอ่อ…แม่งมีเยอะ จนไม่รู้จะลงชื่อใครดี
ไทยเราก็มีพุ่มรัก พานสิงห์นี่แหละ (น่าจะมีคนอื่นอีกนะ แต่ผมรู้จักคนเดียว) ที่พอจะสู้กับเขาได้
พุ่มรัก พานสิงห์เป็นนักสืบที่บังเอิญเป็นนักร้องเพลงลูกทุ่ง เอ๊ะ แต่เขามักบอกว่าเขาเป็นนักร้องเพลงลูกทุ่งที่บังเอิญมาเป็นนักสืบด้วยต่างหาก พุ่มรักปรากฎโฉมครั้งแรกเป็นเรื่องสั้นในนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ติดต่อกันมาระยะหนึ่ง แล้วรวบรวมเป็นเล่มได้ ๒ เล่มในปัจจุบัน คือ คดีผีนางตะเคียนและฆาตกรรมกลางทะเล ที่ออกมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ทั้ง ๒ เล่ม จนมาปีนี้พี่วินทร์ส่งพุ่มรักในรูปแบบนวนิยายออกมาในชื่อ ฆาตกรรมจักรราศี ซึ่งผมเพิ่งซื้อและหยิบมาอ่านเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา (ต่อจาก “ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน” ที่อ่านไปสัปดาห์ก่อนหน้านั้น - เป็นครั้งที่ ๓)
พอเริ่มสตาร์ทก็อ่านจบอย่างรวดเร็วภายในรวดเดียว ทีนี้ก็เอาแล้ว เครื่องติดแล้วจะดับก็ยากอยู่ (เพราะเครื่องมันแรงงง) ก็เลยไปรื้อเอารวมเล่มเรื่องสั้น ๒ เล่มที่ว่ากลับมาอ่านใหม่อีกครั้ง สรุปซัดไป ๓ เล่มรวด
ถ้าพูดตามภาษาของพุ่มรักก็ต้องบอกว่า แซ่บอีหลี-ดิลิเฌียส!!!
แรกเริ่มที่อ่านหนังสือผมเน้นหนักไปที่พวก fiction เสียเป็นส่วนใหญ่ แต่พอเวลาผ่านไป ช่วงหลายปีมานี้กลับเปลี่ยนมาเป็น non fiction ชนิดเนื้อๆเน้นๆ เข้าใจว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะอ่านพวก fiction เยอะจนเบื่อ แล้วก็วัยที่เริ่มมากขึ้น (นิดนึง) ทำให้ความสนใจเริ่มหันเหมาสู่เรื่องจริงจังมากหน่อย รู้สึกว่านวนิยายภาษาอังกฤษเล่มสุดท้ายที่อ่านจะเป็น False Impression ของ archer ส่วนของไทยเป็น ฝนตกขึ้นฟ้าของพี่วินทร์
ว่าแต่ชอบอ่าน fiction หรือ non fiction มากกว่ากันครับ?
ต่อเนื่องจากโพสต์ วันๆดูอะไรบ้าง ผมก็มานึกต่อว่า แล้ววันๆผมอ่านอะไรบ้าง (วะ)? พอลองนั่งทำรายการดูก็เลยเห็นว่า มันต้องเป็นเดือนๆไม่ใช่วันๆ เพราะมีนิตยสารรายสัปดาห์ รายปักษ์กับรายเดือนรวมอยู่ในรายการด้วย
เริ่มด้วยรายการประจำวันก่อน ผมอ่านข่าวรายวันจากเน็ตทั้งข่าวไทยและข่าวเทศ (ขอแนะนำ NYTimes สุดยอดครับ) แล้วตามด้วยบล็อกและ news feed สารพัด อันนี้อ่านจาก RSS feed จะได้ไม่ต้องตามไปไล่อ่านทีละเว็บให้เสียเวลา เพราะรายการบล็อกที่ผมสมัครไว้มีเยอะมากกกกก… (ผมใช้ Google Reader จากเดิมที่เคยใช้ bloglines.com)
ส่วนชนิดที่เป็นเล่มๆเป็นกระดาษก็จะมี BusinessWeek ที่ต้องอ่านทุกสัปดาห์ ต่อด้วยรายปักษ์อย่าง Fortune ตามด้วยรายเดือน Fast Company แล้วก็มีของไทย บิสสิเนสวีค ไทยแลนด์ ผู้จัดการรายเดือน โพสิชั่นนิ่ง พลิกๆดูมาร์เก็ตเธียร์กับแบรนด์เอจบ้าง พวกนี้แนวบิสสิเนส แล้วก็มี Dwell ที่เป็นหนังสือดีไซน์ ตกแต่งบ้าน สุดท้ายก็ National Geographic Traveller อันนี้ดูแนวการเขียนที่มันรีแลกซ์หน่อยแล้วก็ดูสไตล์การถ่ายรูป (เอาไว้ก็อป ฮ่า…)
แล้วผมก็พยายามจะหาเวลามาอ่านหนังสือเล่มที่ (บ้า) ซื้อมากองไว้เต็มห้องด้วย ซึ่งก็ไม่ประสบความสำเร็จซักที เพราะอ่านหนังสือยังไม่ค่อยแตก ต้องใช้เวลานานกว่าชาวบ้านเขา
ก็เนี่ยแหละครับ เดือนๆนึงผมอ่านอะไรบ้าง? ผมสงสัยทุกทีเวลาที่มีตัวเลขออกมาว่า คนไทยอ่านหนังสือปีละ ๖ บรรทัด ต้องตั้งคำถามตลอด จริงเหรอวะ?
ปล.แล้วคนอื่นอ่านอะไรกันบ้างครับ?
โดยนักเขียน 2 ซีไรต์กับรางวัลอีกกระบุงโกย วินทร์ เลียววาริณ ไม่รู้ว่าออกมานานหรือยัง แต่เพิ่งเห็นเมื่อวันก่อนที่ kinokuniya เปิดอ่านแค่ 2 หน้าก็มันส์แล้ว นวนิยายนัวร์ ฮ่า… แบบฟิล์มนัวร์นะเว้ย ไม่ใช่ส้มตำนัวร์ เรื่องมืดๆ ทึมๆ ฝนตก ตำรวจ มือปืน เล่นกับอารมณ์ความรู้สึกในใจ ได้บรรยากาศโคตรๆ ถ้าใครสนใจจะซื้อตอนนี้ที่ kino ลด 10% นะครับหรือถ้าหาไม่ได้ก็นี่เลยเว็บพี่วินทร์เขา
ขอเตือนว่าถ้าจะหยิบขึ้นมาอ่าน กรุณาเลือกเวลาให้ดี อย่ามีงานหรือธุระปะปังอะไรรออยู่ เพราะหยิบแล้วจะวางไม่ลง ลืมวันลืมเวลาอ่านรวดเดียวจบ ขนาดนั้นนนนนน…
มีฆาตกรรม มีตามล่าข้ามทวีป มีแวนโก๊ะ มีเรื่องไฟแนนซ์ ที่สำคัญ มี 9/11 ด้วยเว้ย คนเขียนบรรยายเหตุการณ์ 9/11 ได้สมจริงจนตอนที่อ่านมีความรู้สึกเหมือนอยู่ตรงนั้นด้วยเลย แสดงว่ามันทำการบ้านมาดี (ทั้งๆที่ Jeffrey Archer คนเขียนเป็นคนอังกฤษ) เล่มนี้ตั้งใจจะซื้อตั้งแต่ตอนที่ออกเป็นปกแข็งแล้ว แต่ต้องรอก่อน เพราะเงินน้อย ตอนมันออกเป็นปกอ่อนก็กลั้นใจอยู่ รอไปซื้อมือสองที่แถวข้าวสาร พอได้มาก็ติดอ่านเล่มอื่นอยู่ สุดท้ายก็เปลี่ยนใจหยิบเล่มนี้แซงคิวขึ้นมาก่อน ไม่ผิดหวัง ติดมือไปอ่านตอนทริปที่ไปภูเก็ต ไปอ่านจบที่นั่นแหละ
ป.ล.ถ้าใครยังจำตอนที่คุณสนธิหลบไปกุ้ยหลิน เมืองจีนเมื่อปีที่แล้ว ช่วงที่เหตุการณ์การเมืองกำลังระอุ ตอนที่คุณสนธิลงเครื่องบินกลับมา ในมือแกถือหนังสือปกแข็งอยู่เล่มนึง เล่มนี้แหละครับ คิดดูละกัน พรีเซ็นเตอร์ระดับนี้เลยนา
Harry Potter เล่ม ๗ เล่มสุดท้ายในซีรี่ส์ มีชื่อว่า Harry Potter and the Deathly Hallows เห็นบอกว่าเล่มนี้มีคนตาย แต่ไม่รู้ใคร หลังจากที่ amazon.com เปิดให้จองวันแรก (วันพฤหัสฯที่ผ่านมา) ผลปรากฎว่ายอดจองของวันนั้นวันเดียวทะลุแซงหน้ายอดจอง ๒ อาทิตย์ของเล่มที่แล้ว (Harry Potter and the Half-Blood Prince) กันเลย
amazon.com ให้ข้อมูลมาว่าเล่มที่แล้วมียอดจองรวมเบ็ดเสร็จ ๑.๕ ล้านเล่ม ยังไม่รู้ว่าเล่มนี้จะทะลุไปเท่าไหร่ เอ… Bloomsbury Publishing กับ Scholastic นี่มันอยู่ในตลาดหุ้นมั๊ยว้า ท่าทางยอดกำไรปีนี้จะกระฉูดแน่เลยด้วย Harry Potter effect
เห็นเล่มนี้ติดอันดับหนังสือขายดีอยู่ที่ The New York Times Bestsellers list มาตั้งนาน หลงคิดว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับ Bob Marley ราชาเพลงเร็กเก้เสียอีก ที่ไหนได้ ไปเจอที่ kinokuniya สิงคโปร์ อ้าว เป็นเรื่องของหมาลาบราดอร์นี่หว่า สะดุดตาที่รูปปกก่อนที่จะเห็นชื่อเรื่องอีก ยิ่ง sub-title ที่ว่า “Life and Love with the World’s Worst Dog” โอ้…นี่มันไอ้ด้วงชัดๆ พลิกๆดูเนื้อเรื่องก็ใช่เลย
ติดราคาไว้เล่มละ 24.99 ดอลลาร์ แถมลดราคาอีก 20% เฮ้ย ราคานี้เมืองไทยไม่ได้แน่นอน ก็เลยต้องเสียเงินจนได้

ป.ล. ดูมันเอียงคอเด่ะ น่ารักโคตรๆ
powered by performancing firefox