Archive for the 'a trip i took' Category

ตั้งใจมาตั้งแต่เดือนที่แล้ว แต่ติดว่าช่วงนั้นใกล้จะส่งมอบรถก็เลยไม่อยากจะเสี่ยงเอารถไปขับใช้งานมากนัก เดี๋ยวเกิดมีปัญหาขึ้นมาส่งมอบให้คนซื้อไม่ได้จะยุ่งไปกันใหญ่ ก็เลยรอมาจนถึงได้รถแล้วขับใช้จนชินมือสักพักก็ได้จังหวะเหมาะฤกษ์งามยามดีไปไหว้พระที่อยุธยาเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

(พาหนะในการเดินทาง)

ออกเดินทางตั้งแต่เก้าโมงกว่าๆเกือบสิบโมง ขับมาทางถนนวงแหวนสายนอก จริงๆก็ไม่ได้รู้จักทางอะไรแต่อาศัยจำได้เลาๆว่า วิ่งเส้นนี้มันจะไปบรรจบกับเส้นเอเชียได้ใกล้ๆอยุธยา แต่พอวิ่งไปเรื่อยๆมันมีป้ายบอกทางไปวัดพนัญเชิงก็เลยตามป้ายไป ใช้เวลาประมาณ ๔๐ นาทีก็มาถึงอยุธยา (น้อยกว่าขับรถไปทำงานอีกเว้ย) เราประเดิมไหว้พระวัดแรกกันที่วัดพนัญเชิง เข้าไปในบริเวณวัดแล้วรู้สึกผิดคาดนิดหน่อย (จริงๆเป็นทุกวัด) เพราะไม่ค่อยแกรนด์สมกับอดีตอันรุ่งเรืองและชื่อเสียงที่ระบือไปทั่วประเทศ (พอมาคิดอีกทีหลังจากนั้น วัดที่เชียงใหม่ก็อย่างนี้เหมือนกันนี่หว่า บริเวณเล็กๆ พื้นที่ไม่มาก แต่ประวัติยาวนานและองค์พระงามบ่ะล้ำบ่ะเหลือเหมือนกัน) เราถวายผ้าห่มองค์หลวงพ่อโต ซึ่งตอนนี้เป็นสีดำทั้งองค์ เนื่องจากอยู่ในระหว่างการบูรณะ เสร็จแล้วก็เดินไปไหว้ศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก (ประวัติไปหาอ่านกันเอาเอง)

ออกจากวัดพนัญเชิงขับรถต่อไปอีกนิด จะเห็นเจดีย์สูงใหญ่มาแต่ไกล นั่นเป็นเป้าหมายต่อไป วัดใหญ่ชัยมงคล

ไหว้พระเสร็จเรียบร้อยถึงเวลาอาหารกลางวัน โทรไปถามคุณนายเจ้าถิ่นที่นี่ เธอบอกว่า ตรงข้ามวัดมีร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลากราย น่าจะกินได้ อืม…กินได้จริงๆ แต่ปริมาณกับราคานึกว่าอยู่กรุงเทพฯ กินที่พารากอนประมาณนั้น

อิ่มแล้วเราก็เดินทางกันต่อ งวดนี้ไปที่วัดหน้าพระเมรุ องค์พระประธานที่นี่งามจริงๆ อ่านประวัติบอกว่า วัดนี้เป็นเพียงวัดเดียวสมัยกรุงแตกครั้งที่ ๒ ที่ไม่โดนพม่าเผา (รายละเอียดไปหาเอาเองว่าทำไม นี่ไม่ใช่คลาสประวัติศาสตร์) ไหว้พระเสร็จแล้วเราต่อไปวัดมงคลบพิตร เห็นรูปองค์พระตอนก่อนที่จะบูรณะแล้วเศร้าใจ แต่พอบูรณะแล้วก็งามจริงๆ

(พระมงคลบพิตร)

หลังจากไหว้พระเสร็จก็ถึงเวลาไปซื้อของฝากจากอยุธยา ที่ฮิตที่สุดก็คงหนีไม่พ้นโรตีสายไหม เท่าที่ถามคนที่เคยมาซื้อ เขาบอกว่าเจ้าอร่อยอยู่ตรงข้ามโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา อยู่หน้าร้านเซเว่น จำชื่อร้านไม่ได้ ไอ้เราก็นึกว่าง่ายๆ ไม่เป็นไร รายละเอียดขนาดนี้ ถึงจำยี่ห้อไม่ได้ก็น่าจะหาเจอ

ที่ไหนได้ หน้าร้านเซเว่นตรงข้ามโรงพยาบาลที่ว่ามีร้านขายโรตีสายไหมเรียงรายอยู่เป็นตับ ไม่ต่ำกว่า ๑๐ ร้านได้ เจ้าไหนก็บอกว่าอร่อย ไม่รู้จะทำไง เลือกไม่ถูก ก็เลยตัดสินใจเอามาเจ้านึง คิดว่าคงพอๆกันแหละ ของแบบนี้ไม่น่าจะรสชาติต่างกันมากนะ เพราะฉะนั้นถ้าใครซีเรียสว่าจะต้องให้ได้เจ้านั้นจริงๆ ต้องถามไปให้ละเอียดเลยว่า ยี่ห้ออะไร อยู่ตรงไหนแน่ ที่ว่าหน้าเซเว่นน่ะ เซเว่นไหน เพราะมันมี ๒ เซเว่น (นะเว้ยยยยยยย….)

(ถุงโรตีสายไหม ของฝากจากอยุธยา)

ไหว้พระเรียบร้อย สบายใจ ได้ของฝากครบถ้วนก็ถึงเวลากลับบ้าน รวมเบ็ดเสร็จวิ่งไปวิ่งกลับ ๑๖๗ กิโลเมตร

ไปทริปนี้กลับมาแล้วก็เสียดายว่า ไม่ได้ศึกษาประวัติศาสตร์อะไรไปเลย ทำให้เวลาเดินชมแล้วไม่เกิดอารมณ์ “อิน” เท่าที่ควร ตั้งใจเอาไว้ว่า งวดหน้าจะเตรียมตัวมาให้พร้อมกว่านี้

podduang

ชะอำทริป

ช่วงสุดสัปดาห์กลางเดือนที่ผ่านมาทีมงานของผมยกโขยงไปชะอำกันมา (ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมเมิงเพิ่งจะมาโพสต์เอาตอนนี้ เพราะกลับจากชะอำมาต้องมานั่ง “ถีบจักร” กันหูตูบ) เป็นความตั้งใจที่เราอยากจะให้น้องๆในทีมที่มาจากต่างที่ต่างทางได้มาทำความรู้จักคุ้นเคยกันในสภาพแวดล้อมอื่นนอกเหนือจากที่ทำงานบ้าง (ผมเรียกมันว่า “การละลายพฤติกรรม”)

ทีมเราไปกันทั้งหมด ๑๖ คน ใช้รถ ๔ คัน ออกเดินทางกันตั้งแต่บ่ายๆวันศุกร์ ไปพักบ้านน้องสาวคนนึงในทีม เป็นบ้านที่ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ ปิดไว้เฉยๆ ก็เลยไม่ต้องกังวลว่าเราจะไปทำความเดือดร้อนรำคาญให้กับเจ้าของบ้าน

ก่อนเดินทางเราวางแผนกันเสียดิบดีว่าเราจะแวะไปที่ไหนกันบ้าง แต่กลายเป็นว่าเมื่อไปถึงเป็นช่วงที่ฟ้าฝนไม่เป็นใจ ฝนตกพรำๆ ตลอดทั้งวัน (บางช่วงก็ลงเม็ดหนัก) เวลาส่วนใหญ่ก็เลยใช้อยู่ที่บ้านพัก แต่ก็ยังดีที่พอมีเวลาให้ออกไปเดินเล่น (ขับรถเล่น) ได้บ้าง

นานๆทีได้ออกมาสูดอากาศต่างจังหวัดบ้าง สมองก็ปลอดโปร่งดีนะ

หมาชะอำ

หมาชะอำ หลังอาน หางม้วนเชียวนะเมิง

ปลาแห้ง ๑

รูปนี้ ปลาทูตากแห้ง แถวบ้านที่พักเป็นที่ขึ้นปลา บางบ้านก็เลยมีอาชีพทำปลาแห้งขาย

ปลาแห้ง ๒

ปลาแห้งแบบผ่ากลางก็มี

ปลาแห้ง ๓

ตากกันเต็มไปหมดอย่างที่เห็น

ด้วยความที่เที่ยวบินกรุงเทพฯ-นิวยอร์กใช้เวลานานถึง 17 ชั่วโมง ก็เลยเป็นทริปแรกในชีวิตที่ผมได้กินอาหารบนเครื่องบินครบ 3 มื้อ ไม่พูดพล่ามทำเพลงละกัน ประเดิมด้วยมื้อแรก ประกอบด้วย สลัดผักสดพร้อมน้ำสลัด (อยู่ในชามขวามือที่เห็นมะเขือเทศแดงเด่นอยู่นั่นแหละครับ) ส่วนจานหลักเป็นไก่ปรุงรสฟรีกาสเซ่ ซอสไวน์น้ำส้มสายชู บะหมี่อบเนย ผักต่างชนิดอบเนย (อีกอันที่ไม่ได้เลือกจะเป็นบะหมี่ฮกเกี้ยนผัดกับหมูแดงและเห็ดหอม) ตามด้วยของหวานคือช็อกโกแลตต่างชนิด (2 อันที่เห็นสีดำกับสีขาวนั่นแหละครับ) ส่วนในแก้วนั่น ไม่ใช่ไวน์นะครับ เป็นโค้กธรรมดา

อาหารมื้อแรกบน flight กรุงเทพฯ-นิวยอร์ก

ตามมาด้วยมื้อที่สอง เริ่มด้วยสลัดผลไม้สด นมเปรี้ยวรสผลไม้ ตามด้วยจานหลักเป็นไข่กวนแบบญี่ปุ่น ข้าวสวยญี่ปุ่น ผักต่างชนิด (อีกอย่างเป็นแพนเค้ก เสิร์ฟพร้อมน้ำเชื่อมเมเปิ้ล ไส้กรอกไก่) จริงๆผมอยากกินแพนเค้กมากกว่า แต่พี่แอร์ไม่ให้เลือกเลยอ่ะ ยกอันนี้มาให้เลย ด้วยความเป็นเด็กว่านอนสอนง่ายผมก็ก้มหน้าก้มตากินไป

อาหารมื้อที่สองบน flight กรุงเทพฯ-นิวยอร์ก

ส่วนมื้อสุดท้ายก่อนสั่งลา ต้องเล่นของหนักกันหน่อย เพราะตอนที่เครื่องลงจะเป็นเวลาประมาณ 6 โมงเช้าที่อเมริกา ต้องซัดให้หนักตุนไว้ก่อน เริ่มด้วยปลาแซลมอนกับซอสครีมเปรี้ยว สลัดผักสด (มุมขวาบน) ส่วนจานหลักต้องนี่เลยเนื้อสันในย่าง ซอสพริกไทยสด มันฝรั่งอบเนยแข็ง แครอทและผักขม (อีกหนึ่งตัวเลือกจะเป็นไก่ทอด ซอสตะไคร้ ข้าวหอมมะลิไทย ผักต่างชนิด) ตบท้ายด้วยขนมปัง เนย เนยแข็ง เค้กช็อกโกแลต ซอสส้มกับราสพ์เบอรี่และบลูเบอรี่ ตามด้วยผลไม้สด (อิ่มอ่ะ)

อาหารมื้อที่สามบน flight กรุงเทพฯ-นิวยอร์ก

ส่วนมื้อขากลับไม่ได้ถ่ายรูปไว้เลย ด้วยความที่คิดถึงบ้านเต็มแก่ ไม่มีแก่จิตแก่ใจจะถ่ายรูปอะไรแล้วเว้ย!!

ไม่รู้เป็นอะไร เจอตั้งแต่วันแรกที่ไปเริ่มฝึกงานยันวันสุดท้ายที่กลับ ประเดิมด้วยการประชุมครั้งแรกเลย มึงเป็นอะไรของมึง พูดประโยคเดียวนี่นะ มึงเล่นยู๊โหนวไปซะ 4 -5 ครั้ง แล้วมึงยังไม่ได้พูดอะไรเลย กูจะไปโหนวอะไรกับมึงได้

ถ้าใครคิดว่ารู้เรื่องก็ลองดู ประโยคแม่งประมาณว่า ยู๊โหนว (นั่น..ขึ้นมามันโหนวมาก่อนเลย) ไอ ติ้ง ยู๊โหนว ดีส อีส โซ ยู๊โหนว … แล้วแม่งก็ยักไหล่ แบะมือ จบประโยคไว้แค่นี้ ไม่พูดต่อ พ่อมึง แล้วกูจะรู้เรื่องกับมึงมั๊ยเนี่ย

เรื่องนี้ติดใจมาก ตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่ที่โน่นเลยว่าต้องเขียนถึง เพราะแม่งขำจริงๆ

กูอยากจะบอกมึงว่า กูไม่โหนวด้วยโว้ยยยย…

podduang

i’ll fly back tomorrow

With Thai Inter flight (17 hours!!).

Oh…man

podduang

back from New Jersey and Philly

Last weekend we (me and my colleague) went to New Jersey (Sat.) and Philadelphia (Sun) to visit his counsin there. Philadelphia is an old city. The roads are narrow with beautiful buildings and quiet (unlike New York that I heard siren almost every 2-3 hours). We walked around the city and visit The Liberty Bell.

The Liberty Bell

After a couple of hour in Philadelphia (which the weather is so hot just like Bangkok) we drove back to New Jersey and took a train back to New York. We got back to our hotel around midnight.

podduang

it’s cold in New York today

It’s rained yesterday, and today it’s cold and windy. I hope it’ll be better at noon and evening, ‘coz I’m going to have Japanese food this evening and I don’t want to walk back my hotel tired and cold. By the way, I’ve to walk 40 mins. from hotel to my office and another 40 mins. back. It’s a good exercise though.

จะออกเดินทางคืนนี้แล้ว ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าจะพักที่โรงแรมไหน ออฟฟิศยังคอนเฟิร์มไม่ได้เลย เอาเข้าไป สงสัยจะได้นอนในเซ็นทรัลพาร์คซะล่ะมั๊งเนี่ยตู…

ถ้าสามารถจะพยายามอัพเดทเรื่องราวจากนิวยอร์คมาเล่าสู่กันฟังเป็นระยะๆ แต่ถ้าไม่สามารถก็รอรวดเดียวเลยนะครับ

podduang

ผมไปภูเก็ตมา

อ๊ะ อ๊ะ หยุดเลย ถ้าใครคิดว่าหนีเที่ยว ผมไปทำงานครับ และเรื่องงานนี่เองที่เป็นเหตุให้ได้ไปทดลองนั่ง seaplane มา

คณะเราขึ้นเครื่องบินจากสนามบินภูเก็ตบินไปที่กระบี่ เครื่องบินลำนี้จุผู้โดยสาร 9 คน กัปตันกับรองกัปตันอีก 2 รวมเป็น 11 คน แต่ไฟลท์ที่เราไปมีกัปตันคนเดียวก็พอ หายห่วง (บวกกับผู้ร่วมชะตากรรม 8 คน) ก่อนจะขึ้นบินกัปตัน (ในชุดขาสั้นลากแตะ) มาบรีฟพวกเราประมาณว่า ตลอดเวลาที่กรูขับเครื่องบินอยู่ให้พวกเอ็งนั่งอยู่กับที่ อย่าเจือกทะลึ่งปลดเข็มขัดลุกขึ้นมาเดินเล่นเป็นอันขาด ถ้าใครสงสัยอะไรให้ดูคู่มือที่เสียบอยู่หลังเบาะคนข้างหน้า ถ้าจะอ้วกในนั้นก็มีถุงอยู่ (จริงๆทั้งหมดนี่ผมฟังไม่ออกเลย ฟังออกแค่ เบลท์ อะไรเบลท์ๆ ก็เดาเอาว่าเข็มขัด แล้วมัน เอ๊ย พี่กัปตันก็หยิบคู่มือให้ดู ก็เลยเดาเอาว่าพูดถึงคู่มือด้วย)

เราก็ด้วยความเคยชิน ประมาณว่า เวลาจะบินโบอิ้งหรือแอร์บัส กัปตันจะบอกให้เราปิดเครื่องมือสื่อสาร เพราะมันจะรบกวนเวลาหนังฉาย เฮ้ย ไม่ใช่ มันจะรบกวนเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ เราก็สะแหลนถามกัปตันว่า แคปเทิ่น กรูต้องปิดมือถือไหม? พี่กัปตันยิ้ม บอก โนพล็อบเบล็ม เรายังคุยกันอยู่ว่า แหม บินเครื่องบินเล็กนี่ดีจริงๆ ไม่มีกฎระเบียบหยุมหยิมเลยเว้ย

เหมือนกัปตันจะกลัวเราไม่มั่นใจเรื่องมือถือ พอเครื่องขึ้นบินได้ไม่กี่นาที พี่แกควักโนเกีย (เอ๊ะ หรือว่า sony ericsson หว่า) ขึ้นมากดๆจิ้มๆซะหยั่งงั้น สงสัยจะเช็คสัญญาณว่า ระบบนี้ที่มันคุยว่าใช้ได้ทั่วไทยนี่มันรวมบนอากาศด้วยไหม นี่ไง ถ่ายรูปมาเป็นหลักฐานด้วยนะเอ้อ

หลังจากเครื่องบินขึ้นจากสนามบินคณะเราก็จิ้มรูปเก็บกันชนิดไม่เสียดายฟิล์ม (เพราะใช้กล้องดิจิตอลกันหมด) บ้างก็ถ่ายวิวทิวทัศน์ ที่ปกติไม่สามารถถ่ายได้จากการนั่งเครื่องบินโดยสารทั่วไป พอถ่ายวิวเบื่อแล้วก็หันมามองหน้าเพื่อน นึกว่าจะถ่ายรูปให้เพื่อน เปล่า  มันยื่นกล้องให้แล้วบอกถ่ายรูปให้หน่อยดิ ส่วนคนที่ไม่มีกล้องมาก็อาศัยสะกิดๆบอก ถ่ายรูปให้ใบนึงเด่ะ เป็นที่สนุกสนาน เท่าที่ความสามารถในการหมุนตัวไปมาบนเก้าอี้จะทำได้ (เพราะแคปเทิ่นมันห้ามลุกอย่างที่บอก)

(วิวภูเก็ตมองจากหน้าต่างเครื่องบินเล็ก ถ่ายด้วยกล้องระดับโปร canon powershot a70 ฮ่า…โปรโคตรๆ ขนาดในเว็บ canon ยังเลิกพูดถึงกล้องรุ่นนี้ไปแล้วเลย)

ไฟลท์นี้เราบินไปกระบี่ ก่อนที่จะไปเราก็ไถ่ถามผู้มีประสบการณ์ก่อนแล้วว่า เอ๊ะ ตอนลงนี่มันจะเปียกไหม แล้วเราต้องต่อเรือไปขึ้นฝั่งหรือเปล่าหรือว่าต้องลุยน้ำเข้าไป เราจะได้นุ่งขาสั้นลากอีแตะ เขาก็มองหน้าด้วยความสงสาร (แกมสมเพช) ว่า ไม่เปียก แต่งได้ตามสบาย (ในใจคงนึกว่า ไอ้บ้านนอกเอ๊ย ถ้ามึงมีชุดราตรีแล้วมีปัญญาแต่งได้ก็แต่งไปเลย)

ระยะเวลาการเดินทางจากภูเก็ตไปกระบี่จากที่เคยนั่งเรือใช้เวลา 3 ชั่วโมง พอเราบินไปอย่างนี้เหลือแค่ 17 นาทีเท่านั้นเอง หลังจากตื่นเต้นกับถ่ายรูปในช่วงแรกๆ พอบินออกทะเลไปแล้วก็เริ่มไม่มีวิวอะไรให้ดู ก็เริ่มเฉยๆ มาลุ้นอีกทีตอนถึงจุดหมายว่ามันจะลงยังไงฟะ? พี่แคปเทิ่นตีวงโค้งให้ผู้โดยสารหวาดเสียวเล่นเพื่อชมวิวซะ 1 รอบ แล้วค่อยๆลดระดับเพดานบินลงจนลงจอดบินผิวน้ำ จังหวะที่ลงจอดมันจะกระแทกเล็กน้อย แล้วระหว่างที่วิ่งต่อไปจนถึงจุดจอดจะมีความรู้สึกกระแทกเล็กๆตามจังหวะคลื่น พอให้ได้ฟีลลิ่งว่านี่วิ่งอยู่บนผิวน้ำนะเว้ย ไม่ใช่ถนนลูกรังแถวบ้านเอ็ง

แล้วก็มาถึงช่วงเฉลยที่เราสงสัยกันว่าจะต้องขึ้นเรือไหม ลุยน้ำหรือเปล่า คำตอบก็คือ ไม่ต้องเลยซักนิด เพราะตรงจุดจอดเครื่องบินเขาทำเป็นทางเดินเอาไว้ยาวไปจนถึงฝั่ง ลักษณะทางเดินนี้อธิบายง่ายๆว่าเป็นเหมือนถังน้ำใบขนาดย่อมๆเอามาต่อกันจนได้ความกว้างสัก 2 เมตรแล้วยาวไปจนถึงขึ้นฝั่งโน่นเลย แต่ด้วยความที่มันลอยอยู่บนผิวน้ำ เวลาที่คลื่นซัดเข้าฝั่งทางเดินอันนี้ก็จะกระเพื่อมวิ่งไล่ตามยอดคลื่นไปด้วย จนบางคนนั่งเครื่องบินมาตั้งนานไม่เมา แต่โดนทางเดินนี่เข้าไปถึงกับเมาคลื่นไปเลยก็มี

(ทางเดินเข้าฝั่งหลังจากลงเครื่องบิน)

เราแวะกินข้าว ทำงานและพักผ่อนตามอัธยาศัยกันพักนึงก็ถึงเวลาเดินทางกลับ เป็นชีวิตที่ดูไฮโซไหม? บินมากินข้าวกลางวันที่กระบี่นะเนี่ย (พูดเล่นน่า อย่าจริงจัง)

นอกจากไฟลท์กระบี่แล้ว สายการบินที่ผมเล่ามานี่เขายังมีบินไปในจุดท่องเที่ยวอื่นๆแถวๆอันดามันอีก 20 กว่าจุด ยกตัวอย่างก็ได้ มีพีพี เกาะลันตา เกาะราชาใหญ่ สิมิลัน สารพัด เอาไว้ให้บริการนักท่องเที่ยวที่ไม่อยากเสียเวลานั่งเรือแลกกับเงินค่าโดยสารประมาณ 7 พันบาทต่อคน คุ้มไหม? ต้องถามใจตัวเองดูนะจ๊ะ…

ประสบการณ์แปลกใหม่ นั่งเครื่องบินเล็กครั้งแรกก็เล่น seaplane เลย แต่ว่าเนื่องจากช่วงนี้งานยุ่งมาก (จริงๆจะบอกว่า ยุ่งโคตรๆ) ก็เลยจะมาเล่ารายละเอียดในโอกาสหน้านะครับ…

เอารูปไปดูเป็นประเดิมก่อน

เครื่องบินสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก

ที่เห็นใส่ขาสั้นยืนอยู่นั่น กัปตันครับ พี่แกใส่อีแตะขับเครื่องบินนะเอ้อ