podduang
Aug 5th, 2009
Aug 5th, 2009
‘บำบัด’ ด้วยการซื้อหนังสือ
ไม่รู้คนอื่นจะเป็นเหมือนกันหรือเปล่า แต่ตัวผมเองเวลาที่จิตตกหรือทำงานมากๆ แล้วต้องการผ่อนคลาย ไม่มีอะไรดีไปกว่าเข้าร้านหนังสือ ก่อนหน้าที่จะมาสรุปอย่างนี้ได้เคยทดลองมาหลายวิธีแล้ว แต่ไม่ค่อยได้ผล มีอันนี้แหละที่เวิร์คที่สุด เข้าใจว่าก็คงเป็นเหมือนสาวๆ ทั้งหลายที่แก้อาการเซ็งด้วยการช็อปปิ้ง เพียงแต่จะช็อปอะไรก็คงแตกต่างกันไปตามแต่จริตของแต่ละคน
สำหรับตอนนี้ร้านหนังสือที่เข้าแล้วถูกจริตที่สุดยังไม่มีที่ไหนแซงหน้า KINOKUNIYA สาขาสยามพารากอน

(ขอขอบคุณภาพจาก thaiwebsites.com)
เข้าไปเดินๆ หยิบๆ พลิกๆ อ่านๆ แล้วก็ซื้อ ล่าสุดเพิ่งไปมาเมื่อวันเสาร์นี้เอง อยู่ไป ๔ ชั่วโมง ยังงงตัวเองอยู่ว่า นั่งเข้าไปได้ไงวะ บ้านช่องไม่รู้จักกลับ ดีนะที่มีซื้อติดไม้ติดมือกลับมาด้วย ไม่ได้เข้าไปนั่งอ่านเฉยๆ ไม่งั้นคุณพี่พนักงานคงนึกแช่งอยู่ในใจแหงๆ
ใช้วิธีนี้ “บำบัด” เหมือนกัน ตอนที่จิตตกสุด ๆ ครั้งล่าสุดเลยได้อ่าน(ซ้ำ)เรื่องพันธุ์หมาบ้าด้วยอ่ะ (ฉบับครบรอบ ๒๐ ปี แว๊ก… นานขนาดนั้นเลยเหรอ!!)
ปล. ร้านนี้มันไฮโซจังเลยนะ คนบ้านนอกอย่างเราเห็นแล้วตะลึงตึงตึง
พันธุ์หมาบ้า … อุ อุ
^
^
^
^
ผ่านไป ๒๐ ปี เด็กสมัยนี้จะเก็ต “เครื่องปอกกล้วย” ไหมเนี่ย?
ป.ล. ร้านไฮโซเพราะอยู่ในห้างไฮโซ ส่วนคนเดิน (อย่างผม) โลโซครับ
แหม… เขามีอะไรต่ออะไรให้จำตั้งเยอะแยะ ดันไปจำแต่ “เครื่องปอกกล้วย” ซะงั้น (ฮา!)
อืม…เนอะ มีเรื่องให้จำตั้งเยอะแยะ “ทะลึ่ง” ไปจำแต่ “เครื่องปอกกล้วย”
ไม่อยากอยู่ที่ทำงาน ก็หนีกลับเร็ว ไป Kino
เบื่อๆ ไม่มีอะไรทำ ก็ไป Kino
หนังสือที่มีอยู่ ไม่อยากอ่าน อยากได้เล่มใหม่ ก็ไป Kino
นัดกับเพื่อน แล้วไปก่อนเวลา ไม่อยากรอแกร่ว ก็ไป Kino
อยากดูหนังสือแต่งบ้านสวยๆ ก็ไป Kino
เคยถึงขั้น ไปเจอคน แล้วจะหาทางชิ่ง ก็ยังชวนไป Kino ประมาณว่า เด๋วเมิงเบื่อแน่….
สรุปว่า ถ้าไม่มี Kino ชั้นจะมีชีวิตอยู่ได้ยังไงงงง
.
.
ว่าแต่ ที่คุณพี่ต้องไปบำบัดที่ Kino เนี่ย เพราะจิตตก หรือว่า ต้องการผ่อนคลาย ค้า?
555…Kino น่าจะมาจ้างคุณน้องไปเป็น brand ambassador นะค้า
เดี๋ยวนี้มีเครื่องช่วยกลืนน้ำลายด้วยแฮะ ไม่รู้จะสร้างมาทำไม
jony, ไม่เก็ตวุ้ย เข้ามาอธิบายหน่อยนะ
แต่บางที มันไม่มีกระจิตกระใจ ขนาดไม่อยากแม้แต่จะเปิดหนังสือ
อย่างงั้นคือแย่สุดๆ
โฮะ โฮะ…จิตตกขนาดหนัก