podduang

amazon Kindle

ไหนๆ พูดถึงเรื่องหนังสือแล้ว เดือนนี้ว่ากันที่เรื่องนี้เพียวๆ กันไปเลย เพื่อต้อนรับมหกรรมหนังสือเสียหน่อย โพสต์นี้ว่ากันที่ Kindle ของ amazon ก็แล้วกัน

Kindle เป็นเครื่องอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (ที่เรียกกันว่า e-book reader นั้นแล) ตอนที่ออกรุ่นแรกมา ใครๆ ก็เริ่มพูดถึง ถึงจะมีข้อด้อยอยู่บ้างแต่ก็เริ่มจะเห็นลางๆ แล้วว่าพี่ Bezos แกมาถูกทางแล้ว ฟีเจอร์ที่เด่นที่สุดน่าจะเป็นความสะดวกในการซื้อหนังสือจาก amazon เรียกว่าแค่นึกจะอ่านก็จิ้มจึ๊กๆ เข้าไป มันก็จะจัดการดาวน์โหลดมาให้เสร็จสรรพ นาทีเดียวก็ได้อ่านแล้ว โอ้แม่เจ้า…นี่ถ้ามีในไทยกูท่าจะแย่แน่ๆ

(นี่รุ่นแรก)

รุ่นแรกที่ออกมาโดนวิจารณ์เรื่องดีไซน์ซะเช็ด แต่เริ่มมีความหวังให้เห็น คนเริ่มเรียกกันแล้วว่าไอ้นี่จะเป็น iPod ของหนังสือ ขนาดนั้น ผ่านมาได้อีกระยะนึง ก็เริ่มลือกันเรื่องรุ่น ๒ แล้วก็เปิดตัวมาเมื่อไม่นานนี้ เล่นเอาเจ้าอื่นแทบจะหมดหวัง เพราะสวยขึ้นเยอะ พวกนักวิจารณ์ตามสื่อเมืองนอกชมกันเปาะ ประมาณว่า ไอ้ที่แย่ก็ดีขึ้น ส่วนไอ้ที่ดีอยู่แล้วก็ยิ่งดีขึ้นอีก

(นี่รุ่น ๒ ที่ว่า)

พี่ Bezos แกยังไม่พอใจ หลังจากเปิดตัวมาได้อาทิตย์เดียว พี่แกปล่อยของออกมาใหม่ เป็น iPhone app แปลมาอีกทีได้ว่า เป็นซอฟต์แวร์ที่ทำให้ iPhone หรือ iPod Touch สามารถอ่านไฟล์หนังสือ Kindle ได้ด้วย (โดยไม่ต้องซื้อตัวเครื่อง Kindle) โอ้ววว…นี่ amazon เล่นกลยุทธ์ยิลเล็ตต์เลยนี่หว่า เอาโปรแกรมฟรีไปเลยน้อง แต่ถ้าจะอ่านหนังสือก็เข้ามาซื้อที่เว็บ amazon นี่

ไอ้ app ตัวนี้ก็เลยทำให้ iPhone น่าสนใจสำหรับผมขึ้นมาทันที (จากที่ไม่เคยสนใจมันเลย) แต่ก็ยังหวังว่า amazon จะทำ app บนแพลตฟอร์มอื่นออกมาอีก อาจจะเป็น Windows Mobile หรือว่า Android หรือว่า Symbian

เจ๋งว่ะ…

13 Responses to “amazon Kindle”

  1. jonyon 12 Mar 2009 at 10:37 pm

    เวลาอ่านให้ฟังจะเสียงมันจะฟังลำบากเหมือนกันนะ
    คงพูดไม่รู้เรื่องเหมือนทรีซีพีโอหรอก

  2. nitberton 13 Mar 2009 at 9:14 am

    สวยดีนะ น่าจะ integrate ให้ทำเป็น talking dict ได้ด้วยนะ :)

  3. podduangon 13 Mar 2009 at 2:26 pm

    jony, อ่านเอาเองนี่แหละ ไม่ต้องให้มันอ่านให้ฟังหรอก เดี๋ยวหลับกันพอดี

    คุณ nitbert, มันเป็น dict ด้วยนะ แต่ไม่รู้ว่าฟังก์ชั่น dict น่ะ มัน talk ด้วยหรือเปล่าครับ

  4. jonyon 13 Mar 2009 at 10:14 pm

    ดีครับ แต่ว่าคงต้องพัฒนาหน้าจอให้อ่านได้ง่าย และแสงไม่สะท้อนและย้อนเข้าตาจนเกินไป
    ผมว่าดีครับ อ่านตอนกลางคืนไม่ต้องเปิดไฟ

  5. podduangon 16 Mar 2009 at 9:41 am

    เห็นว่ากำัลังพัฒนารุ่นจอสีด้วยนะ…

  6. ailadearon 16 Mar 2009 at 12:20 pm

    เออ รุ่นหลังดูดีกว่ากันเยอะเลย
    จะว่าไปแล้วสนนราคาก็ไม่ได้ถูกเท่าไหร่เลยนะพี่บวก
    ถ้าหายไปนี่ เซ็งสาดดด

  7. podduangon 16 Mar 2009 at 2:09 pm

    ไม่ถูกเลย แต่ราคาหนังสือถูกลงเยอะ (เพราะแม่งไม่ต้องพิมพ์ ไม่ใช้กระดาษ ไม่เสียค่าขนส่ง ไม่ต้องสต็อค พิมพ์มาแล้วขายไม่หมด ต้องมาเลหลังให้ช้ำใจ ฯลฯ) เหลือเล่มละ ๑๐ เหรียญโดยประมาณ

  8. jonyon 16 Mar 2009 at 9:50 pm

    พูดถูก อ่านที่ไหนก็ได้
    จะพกไปอ่านกี่เล่มก็ได้ ไม่หนัก

  9. podduangon 17 Mar 2009 at 8:49 am

    ก็นั่นแหละกลุ่มเป้าหมายของเขา พวกที่เดินทางเยอะๆ แล้วพกหนังสือไปทีหลายเล่ม เพราะ kindle นี่มันใส่หนังสือได้ประมาณ ๑,๕๐๐ เล่ม เลยนะ อ่านกันเบื่อไปเลย…

  10. jonyon 17 Mar 2009 at 9:55 pm

    แต่มันจะมีหนังสือที่เราอยากอ่านเหรอป่าวนะเ
    และเครื่องละเท่าไหร่ซื้อได้ที่ไหนเหรอครับ

  11. podduangon 18 Mar 2009 at 9:19 am

    จนถึงตอนนี้มีหนังสืออยู่ ๒ แสนกว่าเล่ม หาซื้อได้ที่ amazon.com แต่ตัวเครื่องยังไม่ส่งขายนอกอเมริกา ถ้าอยากใช้ต้องใช้เวอร์ชั่นที่เป็นซอฟต์แวร์บน iPhone นะ

  12. jonyon 19 Mar 2009 at 7:52 pm

    สุดยอดเครื่องมือของนักอ่านตัวยงเชียว

  13. podduangon 20 Mar 2009 at 8:38 am

    ถ้าไม่รีบ คาดว่าปีนี้จะมีของเจ้าอื่นออกมาอีกนะ

Trackback URI | Comments RSS

Leave a Reply