เมื่อวันก่อน (หลายวันแล้วแหละ) ดูรายการทีวีโมเดอร์นไนน์ เจอสุทธิชัย หยุ่น สัมภาษณ์ Paul Theroux นักเขียนดังที่ส่วนใหญ่จะเขียนเรื่องท่องเที่ยว แล้วมักจะเป็นการท่องเที่ยวทางรถไฟเสียด้วย นั่งฟังด้วยความสนใจ แต่ตรงนี้น่าสนใจมาก พี่พอลบอกว่า ทุกวันนี้ยังเขียนหนังสือด้วยปากกาอยู่เลย แล้วค่อยเอาไปพิมพ์ทีหลัง ประมาณว่าเป็นความถนัดและเคยชิน แล้วยังให้ฟีลลิ่งที่ดีกว่าการพิมพ์ด้วยพิมพ์ดีดหรือคอมพิวเตอร์มาก

นอกจากพี่พอลแล้ว ก่อนหน้านี้ที่เคยรู้มาว่านักเขียน (ดัง) ที่เขียนหนังสือด้วยปากกายังมีอีกหลายคน คนแรกนี่เลย เจ้าแม่แฮรี่ พอตเตอร์ ตามตำนานเล่าว่า เจ๊แกนั่งเขียนด้วยปากกาอยู่ในร้านกาแฟ (ป่านนี้ร้านนั้นคงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไปแล้วมั๊งเนี่ย?) จนได้เป็นหนังสือเล่มแรกออกมา แต่เล่มหลังจากนั้นไม่รู้เหมือนกันว่าไปนั่งเขียนอยู่ในปราสาทหลังไหน คนต่อมาก็เจ๊โจน คอลลินส์ เคยเห็นเจ๊แกออกรายการอะไรสักอย่างในยูบีซี แล้วแกหยิบต้นฉบับมาให้ดู เป็นต้นฉบับที่เอาไปเย็บเล่มเรียบร้อย เปิดออกมาเป็นลายมือเป็นระเบียบเรียบร้อยเชียว

ใครอีกล่ะ…นึกไม่ออกตอนนี้

แต่พี่สตีเฟน คิง นี่ชัดเจน ใช้เครื่องแมค เพราะพี่แกเขียนบอกเอาไว้ในเล่ม On Writing ที่เป็นหนังสือสอนการเขียนบวกกับกึ่งๆอัตชีวประวัติของตัวคุณพี่เอง ถึงไม่สนใจเรื่องการเขียนก็ขอแนะนำให้ลองหามาอ่านดู (โดยเฉพาะช่วงที่คุณพี่เฉียดตายจากการถูกรถชน ถ้าใครจำได้ มีครั้งหนึ่งหลายปีแล้วที่คิงโดนรถชนจนต้องเข้าไอซียูอยู่นาน จนนึกว่าไม่รอดแล้ว)

On Writing

18 Responses to “เขียนหนังสือด้วยปากกา”

  1. nitberton 07 May 2008 at 3:30 pm

    ขอยืมอ่านได้ไหมคะ :)

    สงสัยว่าคุณพี่พอล (ไม่รู้จักแฮะ) แกต้องเขียนด้วยปากกา เพราะเขียนระหว่างเดินทางหรือเปล่า เวลาเราไปเที่ยวเราก็จดใส่กระดาษ/สมุดไว้นะ แล้วมาพิมพ์อีกที เขียนด้วยปากกาลงสมุดได้อารมณ์กว่าในบางครั้ง (แต่บางทีก็ได้อารมณ์เสีย เพราะอ่านลายมือตัวเองไม่ออก!!!)

    การที่นักเขียนเลิกเขียนด้วยปากกา ทำให้อาชีพหนึ่งสูญพันธุ์ คือ ช่างปรู๊ฟ (เขาเรียกแบบนี้หรือเปล่า) และที่แย่คือพวกบรรดานสพ.นิตยสารต่างๆ พอได้ต้นฉบับที่พิมพ์มาแล้ว ก็ก็อปปี้แปะเลย คนเขียนพิมพ์ผิดยังไง ก็ลงผิดอย่างนั้น คนอ่านเซ็งเลย

  2. podduangon 07 May 2008 at 5:26 pm

    คนปรู๊ฟไม่ตกงานหรอกครับ เพราะถึงยังไงก็ต้องมีคนคอยเช็คตัวสะกด เขียนถูกเขียนผิดอยู่ดี ไม่งั้นพลาดขึ้นมาแย่เลย ขนาดมีปรู๊ฟแล้วนิตยสาร (หัวนอก) บางเล่มยังผิดอยู่ได้ทุกเดือนสิน่า น่าเจ็บใจจริงๆ (เพราะเป็นเล่มที่ผมทำอยู่นี่สิ)

  3. jonyon 08 May 2008 at 4:20 am

    สำหรับผมแล้ว ถ้าสะกดผิดไม่มากก็ไม่ค่อยได้สนใจหรอกครับ เพราะว่าเข้าใจเรื่องจากย่อหน้านั้นๆ ถ้าคำที่สะกดผิดไม่ได้มีความหมายที่ทำให้ย่อหน้าเปลี่ยนไป๋

  4. podduangon 08 May 2008 at 8:46 am

    คุณ nitbert จะยืมอ่านจริงไหม? ผมกลับไปค้นดูแล้ว หาเจอแล้วครับ ถ้าเอาจริง จะให้ส่งมอบยังไงดีครับ?

  5. nitberton 08 May 2008 at 11:03 am

    อยากอ่านค่ะ แต่ถ้ายืมแล้วท่าทางจะยืมนาน เกรงใจค่ะ :)

  6. podduangon 08 May 2008 at 11:11 am

    ไม่ต้องเกรงใจครับ เพราะคิดตังค์ ฮ่า…

    อ๊ะ..ล้อเล่น

  7. nitberton 08 May 2008 at 12:23 pm

    ล้อเล่น แต่คิดจริง!! เอิ๊กกกก :)

  8. podduangon 08 May 2008 at 1:12 pm

    เอ๊า รู้อีก (๐_๐)V

  9. jonyon 08 May 2008 at 11:33 pm

    ล้อเล่นเรื่องไหนครับ ระหว่างการให้ยืม หรือการคิดตังส์

  10. podduangon 09 May 2008 at 8:06 am

    ฮ่า…ม่ายบอก
    เอิ๊กกกก…

  11. nitberton 11 May 2008 at 11:15 pm

    เรื่องเงินๆ ทองๆ ใครเขาล้อเล่นกันเล่า….
    ฮ่าๆๆๆ

  12. podduangon 12 May 2008 at 10:18 am

    นั่นสิ…

    ฮ่า (ด้วย)

  13. jonyon 18 May 2008 at 10:34 pm

    เออ วันก่อนอ่านข่าวพบว่า นิตยสารเลื่อชื่อของฝรั่งนามพีเพิ้ลยังลงรูปเรนผิดเลย ดันไปเอาภาพคนญี่ปุ่นไปพิมพ์แทน คุณบวกไม่ต้องเครียดกับการสะกดผิดหรอก นิดๆหน่อยๆ แต่อย่าเอารูปผิดไปลงหละ เรื่องใหญ่เชียวยิ่งกว่าสะกดผิดอีก

  14. podduangon 20 May 2008 at 10:32 am

    เนี่ยแหละ กลัวจะลงรูปผิด เอารูปบ.ก.ไปลงแทน “เรน” จะทำไงเนี่ย?

    เอิ๊ก เอิ๊ก…

  15. nitberton 20 May 2008 at 12:20 pm

    ไม่ต้องทำไง ถือเป็นความซวยของคนอ่าน… เอิ๊กกกกก

  16. podduangon 20 May 2008 at 1:40 pm

    ผิดครับ….
    l
    l
    l
    l
    v
    ถือเป็นความซวย “โคตรๆ” ตะหาก ;)

  17. jonyon 20 May 2008 at 8:11 pm

    ผมว่าเค้าจะมองคุณเรนในทางที่ดีขึ้นนะครับ เพราะว่าทุกๆคนจะมองว่าคุณเรนมีชื่อเสียงได้เพราะฝีมือการร้องเพลงอย่างเดียวครับ

    แต่ว่าคุณเรนจะหมดงานแสดงไปเลยครับ ^_^

  18. podduangon 21 May 2008 at 8:36 am

    ตูจะจำไว้ จะจำไว้เลย ฮึ่ม… 8(

Trackback URI | Comments RSS

Leave a Reply