podduang

จากไปลอนดอน

ของชาตรีนะครับ ไม่ใช่เวอร์ชั่นล่าสุดเมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคมที่ผ่านมา

“ต้องจากเธอไกล เพื่อไปลอนดอน อย่าทำแสนงอน เมื่อตอนพี่ไป

เธอต้องทำใจ ไว้ให้หนักหน่วง อย่ามาคิดลวง หยุดดวงพี่เลย…”

ที่เหลือไปดูที่นี่นะครับ (กลัวโดนฟ้องนิ)

ถ้าจะฟังเพลงก็ที่นี่

podduang

วันวุ่นวาย

เมื่อวานพ่อพี่ด้วงเจอแจ๊คพ็อตมาครับ รถไฟใต้ดินมีปัญหา ไอ้เราก็ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย เดินเข้าไปที่สถานีเพชรบุรีตามปกติ พอเข้าไปแล้วถึงเห็นผิดสังเกตนิดนึงตรงที่ทำไมคนมันยืนอยู่เยอะจัง (วะ) ตั้งแต่ชั้นบนที่เดินผ่านที่กั้นเข้าไปเลย พอลงบันไดเลื่อนไปเท่านั้นแหละ อุแม่เจ้า!!! แม่งยืนทำอะไรกันอยู่เนี่ย คนยังจะเจเจ (ดีกว่านิดนึงตรงที่ยังมีแอร์)

ยืนดูสถานการณ์สักพักก็สรุปได้ว่า รถมีปัญหา แต่ปัญหาอะไรไม่รู้ ไม่ได้บอก ไม่มีคนบอก เพราะฉะนั้นจะล่าช้าหน่อย แล้วก็ต้องไปเปลี่ยนรถอีกทีที่สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ก็คิดว่า เอาวะ มาแล้วนี่ รอสักหน่อยจะเป็นไรไป ไปทางอื่นก็ใช่ว่าจะมีทางเลือกมากนัก

ผิดครับ…

เพราะหลังจากยืนรอแล้วรอเล่าเฝ้าแต่รอ ก็มีรถ (นานๆมาที) มารับไปให้คลายความกังวลไปหนึ่งเปลาะ แต่พอไปถึงสถานีศูนย์วัฒนธรรมฯเท่านั้นแหละ เปิดประตูออกมาเห็นฝูงชน โอ้ววววว…มายก๊อด (ดูรูปเอาเถอะ)


รอกันไปสิมึง…

(สถานที่ : สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย)

มาถึงสถานีนี้ยังดีหน่อยที่มีการประกาศให้รู้ว่าจะต้องรออีกนานเท่าไหร่กว่ารถจะมา (๒๐ นาทีครับท่าน สำหรับขบวนแรก) ทำให้หลายคนตัดสินใจกูไปทางอื่นดีกว่า แต่ก็ยังมีอีกมาก (รวมทั้งพ่อพี่ด้วงด้วย) ที่จำต้องรอต่อไป หลังจากขบวนแรกมาถึง แน่นอน ตามวัฒนธรรมและมารยาทอันดีงามของคนไทยที่ได้รับการกล่าวขวัญไปทั่วโลก (เป็นรองก็คงจีนที่เดียวมั๊ง) ตอนแรกที่รถยังไม่มาก็เข้าแถวกันดีอยู่หรอก แต่พอรถมาจากแถวตอนเรียงสองก็กลายเป็นหน้ากระดานเรียงเดี่ยวไปฉิบ

ไม่ทันครับ พ่อพี่ด้วงไม่สามารถ เหลืออีกแค่ก้าวเดียวเท่านั้นเอง

ก็ต้องรอขบวนถัดไป ก็ยังคิดว่า เอาวะ คงแป๊บเดียวแหละน่า แต่สักพักพนักงานสาวเสียงสวยของสถานีนี้ก็มาดับฝันด้วยการประกาศว่า รถขบวนถัดไปจะมาในอีก ๓๐ นาที (พ่อมึงเถอะ - อันนี้ไม่ใช่เสียงพ่อพดด้วงนะครับ แต่ไม่รู้วิญญาณผีตนไหนมันมาเข้าสิงช่วงนั้นพอดี) ทำไงได้ ยืนรออยู่หน้าประตูแล้วนี่หว่า คนที่รอไม่ไหวก็จำต้องออกจากการล่าฝันไปอย่างสมัครใจ โดยไม่ต้องรอให้อาต้อยเศรษฐาประกาศผลโหวต และระหว่างนั้นรถขบวนใหม่ที่ไล่หลังมาก็พาคนที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง (เหมือนผมตอนแรก) มาอย่างต่อเนื่อง

 
กูไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า (ไม่รู้ทำไม ตอนนั้นผมอ่านใจคนออก)

(สถานที่ : สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย)

ระหว่างที่ยืนรออยู่ มีคนจำนวนไม่น้อยที่หยิบกล้องบ้าง มือถือติดกล้องบ้างมาถ่ายรูปกันเป็นที่สนุกสนาน (มั๊ง?) รวมทั้งตัวผมเองด้วย (ฮ่า…นี่เป็นโอกาสอันดีที่จะอธิบายให้เข้าใจได้ว่า ทำไมมือถือตัวใหม่ถึงต้องมีกล้องและต้องเลือกกันพิถีพิถันขนาดนี้กว่าจะได้มา) แต่ดูท่าพนักงานคงจะไม่ค่อยชอบใจนักที่มีการถ่ายรูปกันขนาดนี้ เธอต้องเดินมาบอกว่า กรุณาอย่าถ่ายวิดีโอและภาพทุกชนิด แต่คนที่รออยู่ก็ไม่ได้ฟังกันเท่าไหร่นัก (ก็กูไม่รู้จะทำอะไรนี่หว่า จะให้ยืนถอนหงอกคนข้างๆเล่นหรืองายยยยย)

หลังจากรอไป ๓๐ นาที (เริ่มจะหายใม่ออกแล้วด้วย) รถขบวนที่สองก็ตามมา งานนี้พ่อพดด้วงไม่มีพลาด เพราะยืนจ่อประตูซะขนาดนั้น กำลังยืนถอนหายใจโล่งอกระหว่างที่รถวิ่งไป ก็มีเสียงดับฝันมาอีกครั้งว่า เราจะต้องเปลี่ยนไฟลท์ เอ๊ะ… ไม่ใช่สิ เปลี่ยนขบวนกันอีกครั้งที่สถานีพหลโยธิน (พ่อมึงตายเถอะ- สาบานได้ว่าไม่ใช่ความคิดของผม แต่เป็นไอ้ผีตนเดิมนั่นแหละ มันกลับเข้ามาสิงช่วงนั้นพอดี) เอากับมันสิ ไปถึงสถานีพหลโยธินเปลี่ยนขบวนอีกครั้งนึง งวดนี้ดีหน่อยรอไม่นานแล้วคนก็ไม่เยอะ (เพราะเขาแช่งชักหักกระดูกเลิกใช้กันไปเยอะแล้ว) ก็มาจนถึงสถานีปลายทาง บางซื่อ ขอขอบพระคุณผู้โดยสารทุกท่านที่ใช้บริการของเรา

ยังไม่จบครับ วิบากกรรมพ่อพดด้วงยังไม่จบ

เดินขึ้นมาที่ช่องทางออก ออกไม่ได้ เพราะใช้เวลาในการเดินทางนานเกินกว่าปกติที่ระบบตั้งเวลาเอาไว้ ต้องไปเข้าคิวให้พนักงานแก้ไขเสียก่อน แล้วระบบของรถไฟฟ้าใต้ดินที่วางเอาไว้ก็วิเศษเสียนี่กระไร ทำได้ช่องเดียวครับ คนมีเป็นร้อย เข้าคิวไปสิมึง จากสถานีเพชรบุรีตั้งแต่หกโมงครึ่ง มาถึงบางซื่อเกือบสองทุ่มครึ่ง เวิลด์คลาสจริงๆ ภูมิใจโคตรๆ

เรารักน้ำใจคนไทย … สวัสดี

เปล่านะครับ ผมไม่ได้ไปล้อมวงนั่งคุยกับพี่ชาติมา (ถึงจะอยากก็เถอะ) แต่ล้อมวงคุยที่ว่านี่เป็นหนังสือเล่มใหม่ของพี่เขา เป็นการรวมบทความที่เขียนลงในนิตยสารสีสันของน้าทิวา (ตามคำเรียกของพี่ชาติ) มาให้อ่านให้หายคิดถึงในระหว่างที่พี่เขายังไม่มีงานเขียนเล่มใหม่ออกมา หน้าปกดึงดูดใจ (คนรักหมาอย่างผม) มาก

ตอนที่ซื้อกลับมาบ้าน หยิบเอาหน้าปกมาให้พี่ด้วงดู พี่เขามองๆแล้วก็เอาจมูกมาดุนๆ ไม่รู้ว่าถูกใจหรือว่ายังไงแน่ พี่เขาไม่ได้บอกเสียด้วยสิ

ปล.พี่ชาติเขียนไว้ว่าปีนี้ (๒๕๕๑) จะเขียนหนังสือเล่มใหม่ ก็คงจะมีผลงานมาให้แฟนๆอ่านกันได้เร็วๆนี้ครับ

podduang

๒๕ ปี WarGames

หนังที่พูดถึง hacker ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ได้ใช้คำนี้และทำให้พวก geek ดูเท่ห์ ไม่ใช่พวกเฉิ่มๆ ใส่แว่นหนาๆ (นึกถึงบิล เกตส์ สมัยหนุ่มๆดูเถอะ) แถมยังทำให้เห็นว่า เป็น geek ก็มีแฟนสวยได้นะเว้ย

WarGames screen shot

ที่มาของภาพ : MGM

นิตยสาร Wired ฉบับล่าสุดทำ story เรื่องนี้ อ่านได้ที่นี่

ปล.นอกจากดูหนังแล้ว พ่อไอ้ด้วงยังมีหนังสือด้วยนะเว้ย อินโคดดดดดด

ไม่ต้องเล่น Wi-Fi ก็ใช้ชีวิตอิสระได้เว้ยยยยยยย

ชีวิตอิสระของคนกรุงเทพฯ

ถ่ายเมื่อ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๑

podduang

ดูมันนอน

นอนธรรมดาไม่ได้หรอกพ่อเจ้าประคุณตัวนี้น่ะ ต้องหนุนหมอน แล้วดูสิมันหนุนกี่ใบ?

พดด้วงนอน

แล้วดูมันมองสิ ประมาณว่า มาถ่ายตูทำไมเนี่ย หมาจะหลับจะนอนเว้ยยยยย…

พดด้วงนอน

สบายเหลือเกินนะเมิงงงง

เห็นข่าวตั้งแต่ตอนที่คุณปั้นเปิดตัวแล้ว แต่ยังไม่เห็นของจริงสักที เมื่อวานนี้คนในออฟฟิศหยิบมาให้ บอกว่าไปที่แบงก์มาแล้วเจ้าหน้าที่ที่นั่นบอกให้ช่วยหยิบเอาไปหน่อย ลองถามดูได้ความว่า ส่วนใหญ่ลูกค้าที่หยิบจะเป็นผู้หญิง เออ…แปลกดี

K-Condom by Kbank

แปะโลโก้แบงก์ให้เห็นกันชัดๆ สมกับสโลแกน “บริการทุกระดับประทับใจ”

K-Condom by Kbank

ซูมให้ดูกันชัดๆ “เครือธนาคารกสิกรไทย” ด้วยนะ  (o_O”)

ฉบับกรกฎาคม ๒๕๕๑ หน้าปกสวยงามด้วยภาพจากเรื่อง บทเรียนจาก One Laptop per Child

BusinessWeek Thailand July 2008

ถ่ายจากร้าน Faster Books ที่สถานีรถไฟฟ้า BTS พญาไท วันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๑

ฝันแจ่มชัดมาก มันเดินมาลาออกด้วยเหตุผลว่าได้งานที่อื่น (กับอีกเหตุผลนึงที่บอกตรงนี้ไม่ได้) กำลังอยู่ในระหว่างเจรจากัน แล้วก็ปรึกษาคนอื่นเพื่อแก้ปัญหา ก็ได้เวลาตื่นพอดี เลยไม่ได้ข้อสรุปว่าเปลี่ยนใจมันได้ไหมเนี่ย

ไมช่วงนี้มีแต่เรื่องเข้าเข้าออกออก เฮ้ย…คนเข้าคนออกวะ?

podduang

พดด้วง in car

ภาพชุดนี้ถ่ายเอาไว้ตั้งแต่เมื่อครั้งไปสงกรานต์ที่เชียงใหม่ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่ด้วยความขี้เกียจของพ่อไอ้ด้วง (ซึ่งคือตัวผมเอง เอิ๊กกกก…) ทำให้ไม่ได้ดึงรูปออกมาจากมือถือ (ของแม่พดด้วง) เสียที เสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมาได้โอกาสสลัดความขี้เกียจออกจากตัว ก็เลยจัดการเอารูปลูกชายมาทำเสียให้เรียบร้อย นี่เป็นรูปพดด้วงในรถชุดแรกตั้งแต่ที่เลี้ยงพดด้วงมาเลยนะเนี่ย

podduang in car

- Next »